|
Cairns: The spectacular reef meets
the mysterious rainforest
By Cuttlefish
เหนือขึ้นไปจากบริสเบนประมาณ 1,700 กิโลเมตร (ราวๆ ไปกลับกรุงเทพ-ภูเก็ต) อันเป็นที่ตั้งของ เมืองพักผ่อนขึ้นชื่อของประเทศออสเตรเลีย นั่นก็คือ Cairns (แคนร์ส) ซึ่งมีขนาดพื้นที่พอๆกับเมือง
ซิดนีย์ แต่ประชากรนั้นน้อยกว่ามาก ตามท้องถนนในตัวเมืองนั้น คับคั่งไปด้วยเหล่าบรรดา นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น เหตุเพราะเมืองนี้ อยู่เกือบปลายสุดตอนเหนือ ของประเทศ ทำให้ระยะทาง จากประเทศญี่ปุ่นมาแคนรส์นั้น สั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนประชากรชาวเอเชีย ที่มาตั้งรกรากส่วนใหญ่ มาจากประเทศฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกีนี สำหรับชุมชนไทยนั้น พอมีให้เห็นอยู่บ้างประปราย และไม่มากเกินที่จะทำให้ขาดบรรยากาศของเมืองนอกไป
หากจะมาช้อปปิ้งจำพวกเสื้อผ้าเก๋ๆ ของแต่งบ้านทันสมัยแบบโมเดิร์นจัด ขอบอกว่ามาผิดที่ เพราะ
อาจจะต้องเสียทั้งเวลา และค่าตั๋วเดินทาง สังคมที่นี่ต้องย้อนหลังไปสักสิบปี... แล้วแคนรส์มีดีอะไร
ทำไมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เกือบสองล้านคนต่อปี...อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ที่นี่ไม่คึกคักเหมือนเมืองแสงสีอย่างซิดนีย์ หรือเมล์เบิร์น ในทางกลับกันกลับเป็นสังคมแห่ง
การอนุรักษ์และแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติในแบบครบวงจรดังนั้นเมืองนี้จึงเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว
เชิงผจญภัยอย่างแท้จริง ตั้งแต่การดำน้ำ ไต่ผา ท่องป่าฝน ล่องแก่งน้ำเชี่ยว ไปจนถึง Bungee Jump
ว่าเรื่องการดำน้ำหากคุณเป็นคนไทยที่มีโอกาสมาใช้ชีวิตในประเทศนี้ไม่ว่าจะช่วงสั้นแค่คอร์สภาษา
หรือยาวแบบตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ได้ลองมาดำน้ำแบบ scuba หรือ snorkel ที่เมืองนี้ ก็นับว่า น่าเสียดาย อย่างแรงเหมือนกับการไม่รู้จัก Opera House เพราะแหล่งดำน้ำที่นี่ติดอันดับแรกๆ ของโลก สรรพสิ่งมีชีวิตใต้น้ำไม่ได้มีสีจืดชืดเหมือนที่เกาะล้าน หรือมีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย เหมือนปลาเสือที่ เกาะเต่า ละติจูดใต้น้ำที่เปลี่ยนไปของท้องทะเลนี้คืออีกโลกใหม่แห่ง ความมหัศจรรย์ และเป็นตำนานที่รู้จักกันอย่างดีในหนังสือเรียนสังคมศึกษาสมัยมัธยมนั่นก็คือ Great Barrier Reef แนวปะการังที่ใหญ่และยาวที่สุดของโลก จึงไม่น่าแปลกที่จะเห็นธุรกิจโรงเรียนสอน ดำน้ำพร้อมไกด์ทัวร์ และเรือท่องเที่ยวจะคึกคักเป็นพิเศษ ลองเดินเข้าตัวเมืองแล้วหยิบโบรชัวร์ เที่ยวตาม reefs ต่างๆนั้น มีเป็นร้อย มีให้เลือกทั้งในรูปแบบ snorkel และ scuba จะออกไปวันเดียว
หรือจะอาบแดดดำน้ำ ทั้งอาทิตย์ก็ตามแต่ชอบ ส่วนราคานั้นก็เริ่มตั้งแต่ AUD$70 ไปจนถึง AUD$2,000
สำหรับระบบความปลอดภัยบนเรือนั้นถือว่าสุดยอด ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นมือใหม่หัดว่ายน้ำ หรือไม่เคย เห็นทะเลมาก่อนในชีวิต ขอแค่ฟังภาษาอังกฤษเข้าใจและใจกล้าใครๆก็สามารถเรียน
ดำน้ำได้ทั้งนั้น จำได้ว่าสมัยมาเรียน Open Water ที่นี่ แม้ buddy ของตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น
แถมยังเมาเรือต่างหาก แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี พร้อมความประทับใจตลอด 10 ไดฟ์ของ 3 วันบนเรือ ค่าเรียนนั้นตกอยู่ราวๆ AUD$ 700 สำหรับสองวันในสระ สามวันทะเลจริง ถามว่าคุ้มไหม ตอบว่าคุ้มสุดๆ เพราะเทียบแล้ว แพงกว่าไปเรียนที่พัทยานิดหน่อย แต่สิ่งที่เห็นต่างกันสิ้นเชิง เพราะบรรยากาศใต้น้ำที่นี่คือสิ่งที่ฝันไว้ ในโลกจินตนาการตื่นเต้นกับการได้เห็นเต่ายักษ์ขนาดเท่า
ฝาชี ปลาคอดตัวใหญ่กว่าตัวเอง ปลาหมึกกล้วยเต้นระบำเป็นฝูง ฉลามสองเมตรว่ายเวียนวน หรือแม้แต่พ่อแม่ปลาการ์ตูนกำลังสอนเจ้านีโมน้อยเล่นซ่อนหาภายในปะการังสีชมพูสวย ระยะเวลาการเดินทางจากท่าเรือไปถึง reef ต่างๆ นั้นประมาณ 2- 3 ชั่วโมง ถ้าวันที่อากาศเป็นใจ คลื่นลมสงบทางเรืออาจจะพาเที่ยวชม ดำน้ำ ดูปะการังถึง 3 reef ต่อวัน ฤดูกาลที่เหมาะที่สุด ของการมาดำน้ำที่นี่คือช่วงย่างเข้าฤดูร้อนตั้งแต่เดือน สิงหาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ถ้าอยากเห็นน้ำใสๆแบบคริสตัลคงต้องมาช่วงฤดูปลาหนาว เช่นเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 22-24 องศา ซึ่งทางเรือก็มีบริการ wetsuit ให้ทุกขนาด
แนะนำเรื่องการจองทัวร์ต่างๆ ถ้ามีเวลาควรจองโดยตรงกับทางบริษัทดำน้ำไม่ควรผ่านเอเจนท์
นายหน้า เพราะวิธีนี้เราสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับที่จะไปและบริการต่างๆที่เราจะได้รับ ข้อมูลนั้นหาง่ายๆ ทางเวบไซต์มากมาย หากเลือกดีๆโทรจองถูกจังหวะยิ่งก่อนเรือจะออกเดินทาง
คุณอาจได้รับส่วนลดจ่ายเพียงครึ่งราคาก็มี อย่าลืมว่า ถึงแม้การดำน้ำจะดูเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีนักท่องเที่ยวที่ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตจากการได้ข้อมูลไม่ถูกต้องเช่นกัน และนี่เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ผู้ให้บริการดำน้ำ และเรือท่องเที่ยว
www.prodive-cairns.com.au
www.mikeball.com
www.diversden.com.au
www.poseidon-cruises.com.au
ฉบับหน้าจะพาไปดูว่าป่าฝนอนุรักษ์ที่แท้จริงนั้นสมบูรณ์อย่างไร อย่าลืมติดตามนะคะ
|